อีอีซียุคไทยแลนด์ 4.0 จากการพัฒนาอุตสาหกรรม ต่อยอดสู่สมาร์ทซิตี้

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรืออีอีซี ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ของไทยที่ไม่ได้มีมาเป็นเวลานานแล้วกว่า 30 ปี เป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปี เพื่อพัฒนาพื้นที่ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทราให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ จึงถูกคาดหวังว่าจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการพัฒนาประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ชี้ชะตาอนาคตเศรษฐกิจในอีก 20 ปีข้างหน้า 

 

อีอีซีผลักดันไทยแลนด์ 4.0 แบบก้าวกระโดด
ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการอีอีซีเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันไทยแลนด์ 4.0 แบบก้าวกระโดด ดังนั้นบทบาทสำคัญของอีอีซีคือการเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนทุกมุมโลกให้กลับมาไทยอีกครั้ง เช่นเดียวกับความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดที่เคยทำให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวถึง 8% มาแล้วในอดีต
ทั้งนี้ อีอีซียังเป็นจุดเริ่มการลงทุนของการสร้างสิ่งใหม่ และปรับเปลี่ยนประเทศ ที่ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบการเท่านั้น แต่เป็นเรื่องการสร้างเมือง ชุมชนเมือง เมืองใหม่ ยกระดับคุณภาพเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นที่เป็นสากล สร้างรากฐานความเจริญใหม่ให้กับพื้นที่และประเทศ

เฟสแรกพัฒนา 4 โครงการหลัก
ในระยะแรก ซึ่งเป็นการดำเนินงานระหว่างปี 2560-2564 ถือเป็นช่วงเตรียมการ 4 โครงการหลัก คือ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง การก่อตั้งศูนย์ซ่อมสร้างอากาศยาน และการพัฒนาศักยภาพท่าเรือ 2 แห่ง คือ มาบตาพุดและแหลมฉบัง รวมถึงการจัดตั้งศูนย์กลางนวัตกรรม 2 แห่ง คือ อีอีซีไอ พัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี และศูนย์อีอีซีดี จะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิตอลเทคโนโลยี
นอกจากการสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ยังตั้งเป้าส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 5.อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร 6.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 7.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 8.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 9.อุตสาหกรรมดิจิทัล และ 10.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต

อีอีซีเอื้อตลาดอสังหาฯ ต่อยอดสู่สมาร์ทซิตี้
นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์ และที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า การส่งเสริมเกี่ยวกับไทยแลนด์ 4.0 นั้น คิดว่านโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการอีอีซีโดยมี 10 อุสาหกรรมในการส่งเสริมและเป็นหัวหอกของการพัฒนา ถือเป็นนโยบายที่ดีที่ช่วยสร้างความชัดเจนต่อนักลงทุนทั่วโลก ขณะเดียวกันยังทำให้เกิดการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปด้วย จากงบประมาณจำนวนมหาศาลในเฟสแรก 1.5 ล้านล้านบาท ที่จะมุ่งพัฒนาในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างโรงพยาบาล ที่อยู่อาศัย ตลอดจนมหาวิทยาลัย โดยวางรูปแบบให้เป็นสมาร์ทซิตี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายที่ดีทั้งสิ้น ซึ่งปีนี้นโยบายดังกล่าวมีความชัดเจนเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ อาทิ มอเตอร์เวย์ ท่าเรือแหลงฉบัง-นครราชสีมา รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ชลบุรี-ระยอง ซึ่งจะมี 5 สถานี ได้แก่ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และสถานีอู่ตะเภา รวมทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา

อย่างไรก็ตามการลงทุนด้านอสังหาต้อนรับอีอีซี ไม่ว่าจะเป็นทาวน์โฮม ตึกพานิชย์ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนเพราะในอนาคตพื้นที่ดังกล่าวจะพัฒนาและทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทำงานมากขึ้นพร้อมกับความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง 
อสังหาที่มาแรงและน่าลงทุน อาทิ เช่น  โครงการ เซนศิริแคมปัส ทาวน์โฮมสไตล์อังกฤษ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าราชกระบัง จะพักเองหรือปล่อยเช่าก็คุ้ม, โครงการ เซนสิริ นิคมพัฒนา ทาวน์โฮมหรูใกล้นิคมอุตสาหกรรมและสถานศึกษา สะดวกสะบายทุกช่องทาง, โครงการ  Meet Point Pattaya ตึกพานิชย์จุดนัดแห่งใหม่ ติดถนนชลบุรี-ระยองเหมาะกับการลงทุนค้าขายเพราะเป็นการคมนาคมเส้นทางหลัง หลากหลายโครงการดีๆจากบ้านสิริศา โทร.084-362-0677

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.ddproperty.com
ขอบคุณภาพสวยๆจาก : www.Google.com